ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาดนานาชาติ 2 รายการใหญ่ “วอลเลย์บอล เวิลด์ บีช โปรทัวร์ ฟิวเจอร์ สงขลา” และ เอสโคล่า เอวีซี บีช ทัวร์ สมิหลา โอเพ่น ครั้งที่ 24 ณ บริเวณชายหาด สมิหลา จังหวัดสงขลา
นายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย เรืออากาศโทชาญฤทธิ์ วงษ์ประเสริฐ เลขาธิการกิตติมศักดิ์ และประธานอำนวยการ สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย, นายฐิตพล กาญจนะ ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมส่งเสริมการขาย บริษัท ไทยดริ้งค์ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องดื่ม “เอสโคล่า”, นางอุไรวรรณ จันลาภ ผู้แทน ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา, นายสุรสิทธิ์ ศรีอินทร์ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา, นายสมชาย จันทรประทิน รองนายกเทศมนตรีนครสงขลา และ นางนิตยา เกิดจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ ผู้แทน ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกันแถลงข่าวการแข่งขัน วอลเลย์บอลชายหาด “วอลเลย์บอล เวิลด์ บีช โปรทัวร์ ฟิวเจอร์ สงขลา” (Volleyball World Beach Pro Tour Futures Songkhla) ระหว่างวันที่ 8-11 เมษายน 2568 และ การแข่งขัน เอสโคล่า เอวีซี บีช ทัวร์ สมิหลา โอเพ่น ครั้งที่ 24 (” Est Cola” AVC Beach Tour 24th Samila Open) ระหว่างวันที่ 13-16 เมษายน 2568 ณ บริเวณชายหาด สมิหลา จังหวัดสงขลา”
สำหรับวอลเลย์บอลชายหาด “วอลเลย์บอล เวิลด์ บีช โปรทัวร์ ฟิวเจอร์ สงขลา” จัดแข่งขันระหว่างวันที่ 8-11 เมษายน 2568 ณ บริเวณชายหาดสมิหลา จังหวัดสงขลา โดยประเภททีมหญิง มีทีมเข้าร่วมแข่งขัน 15 ประเทศ ได้แก่ นิวซีแลนด์, จีน, ไทย, อเมริกา, คาซัคสถาน, ญี่ปุ่น, ฮังการี, สเปน, เนเธอแลนด์, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, มาเลเซีย, ลัตเวีย, ฟินแลนด์ และโรมาเนีย
ส่วนประเภททีมชายมี 29 ประเทศได้แก่ อินโดนีเซีย, นิวซีแลนด์, ไทย, นอร์เวย์, คาซัคสถาน, อิสราเอล, ฝรั่งเศส, ยูเครน, ออสเตรีย, เยอรมนี, ฟิลิปปินส์, โปแลนด์, ตุรกี, ลัตเวีย, เช็คเกีย, สวีเดน, ออสเตรเลีย, จีน, อเมริกา, อิตาลี, ฮังการี, มัลดีฟ, ยูเครน, เดนมาร์ก, ญี่ปุ่น, ลิทูเนีย, สวีเดน, โปแลนด์ และมาเลเซีย
สำหรับนักกีฬาของไทย ประเภทชายได้แก่ บัลลือ นาคประคอง-ดุลวินิจ แก้วใส, สุรินทร์ จงกลาง-กิตติธัช คมขำ, เนติธร มุนีกุล-ภาณุพงค์ ถานัน, วชิรวิชญ์ หมวดผา-นพดล สุขภูวงค์, วิชญ วิเศษการ-เฉลิมเดช บุญรอด, สายพิรุณ รวยรุ่ง-ปภาวิณ มัญยะหงษ์, สุรนาท รัตนพลแสน-สุภนัย อุทัยแจ้ง
ประเภทหญิง วรณัชชยากรณ์ พีรชาไกรเลิศ-ชรันรัตน์วดี พัชรภัยนฤภร, รำไพพฤทธิ์ นุ่มวงศ์-ธนะรัศมิ์ฐา อุดมฉวี, วรภัสสร รดารงค์-วีรดากิตติกานต์ วิรากรขยาทิมาต, อริสรา สุขศาลา-
กัลป์ชนานันต์ จิรัชยาพรวดี, สมิตตา ศรีมะโรงนาม-สลิลดา มุงคล, พัชราพร สีหะวงศ์-สมฤดี เกิดแก้ว
ด้าน การแข่งขัน เอสโคล่า เอวีซี บีช ทัวร์ สมิหลา โอเพ่น ครั้งที่ 24 ระหว่างวันที่ 13-16 เมษายน 2568 ณ บริเวณชายหาด สมิหลา จังหวัดสงขลา ประเภททีมหญิง มีทีมเข้าร่วมแข่งขัน 15 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย, จีน, ฮ่องกง, ญี่ปุ่น, คาซักสถาน, คีร์กีซสถาน, มาเก๊า, มาเลเซีย, นิวซีแลนด์, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ศรีลังกา, ไทย, วานูอาตู และ เวียดนาม
ส่วนประเภททีมชายมี 18 ประเทศได้แก่ การ์ต้า, ออสเตรเลีย, ไทย, อินโดนีเซีย, อิหร่าน, ญี่ปุ่น, ฟิลิปปินส์, นิวซีแลนด์, คาซัคสถาน, จีน, มัลดีฟ, ศรีลังกา, ซาอุดิอาราเบีย, สิงคโปร์, เวียดนาม, มาเลเซีย, อุซเบกิสสถาน และฮ่องกง
สำหรับนักกีฬาของไทย ประเภทชายได้แก่ พิทักษ์ ทิพย์จันทร์-ปรวิทย์ เตาวะโต, เนติธร มุนีกุล-วชิรวิชญ์ หมวดผา, บัลลือ นาคประคอง-ดุลวินิจ แก้วใส, สุรินทร์ จงกลาง-กิตติธัช คมขำ
ประเภทหญิง วรพีรชยากร ก้องภพศรุตาวดี-ธาราวดี นาราพรลภัส, รำไพพฤทธิ์ นุ่มวงศ์-ธนะรัศมิ์ฐา อุดมฉวี, สมิตตา ศรีมะโรงนาม-สลิลดา มุงคล, พัชราพร สีหะวงศ์-สมฤดี เกิดแก้ว
นายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด 2 รายการนี้ ถือเป็นรายการแข่งขันที่ทางสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ(FIVB) และสหพันธ์วอลเลย์บอลแห่งเอเชีย(AVC) ได้ให้เกียรติ และไว้วางใจประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปี ช่วยให้นักกีฬาวอลเลย์บอลชายหาดของไทยได้แข่งขันเพื่อเก็บคะแนน และพัฒนาฝีมือในระดับนานาชาติ
นางนิตยา เกิดจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ ผู้แทน ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การดำเนินการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ ถือเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทย จะได้เปิดบ้านต้อนรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ชาวต่างชาติให้เข้ามาแข่งขัน และท่องเที่ยวไปพร้อมกัน ซึ่งจะเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้นานาชาติได้เห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อมและมีศักยภาพที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวได้อย่างดีเยี่ยม การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ให้การสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาดทั้ง 2 รายการนี้ รวมทั้งการแข่งขันกีฬาอื่นๆ อีกด้วย โดยผลประโยชน์ที่ไทยจะได้รับจากการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาตินี้ นอกจากการได้กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวแล้ว ยังมีผลประโยชน์ที่จะเกิดกับนักกีฬาและบุคลากรทางการกีฬาที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน ซึ่งจะได้มีโอกาสในการพัฒนาขีดความสามารถและสะสมประสบการณ์ในระดับนานาชาติยิ่งขึ้นไป”
นายฐิตพล กาญจนะ ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมส่งเสริมการขาย บริษัท ไทยดริ้งค์ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องดื่ม “เอสโคล่า” กล่าวว่า “กว่า 30 ปีที่ไทยเบฟฯ โดยเครื่องดื่มเอสโคล่า ได้อยู่เคียงข้าง พร้อมสนับสนุน และมีส่วนร่วมในการพัฒนาวงการวอลเลย์บอลไทยมาโดยตลอด เราได้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนในปัจจุบันกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทย ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และสิ่งสำคัญที่สุด คือ การสร้างนักกีฬาที่มีคุณภาพจากรุ่นสู่รุ่น โดยเริ่มตั้งแต่ระดับเยาวชน เพื่อที่จะเติบโตไปสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติชุดใหญ่ในอนาคต”
นางอุไรวรรณ จันลาภ ผู้แทน ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า “การได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาในระดับนานาชาติอีกครั้ง ถือเป็นโอกาสที่จังหวัดสงขลาจะได้สร้างความเชื่อมั่น และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในเชิงท่องเที่ยว อีกทั้งรายการนี้ได้จัดการแข่งขันในช่วงของเทศกาลสงกรานต์ ทำให้นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันสามารถสนุกไปกับประเพณีของประเทศไทยที่ทางจังหวัดจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี”
นายสุรสิทธิ์ ศรีอินทร์ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กล่าวว่า “องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลามีความมุ่งมั่นในการพัฒนากีฬาให้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโอกาสและความก้าวหน้าทั้งในระดับเยาวชนและระดับอาชีพ การแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาดครั้งนี้ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้นักกีฬาได้แสดงศักยภาพและพัฒนาทักษะของตนเอง แต่ยังช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดสงขลาในฐานะศูนย์กลางของการจัดการแข่งขันกีฬาชายหาดที่มีมาตรฐานระดับสากล”
นายสมชาย จันทรประทิน รองนายกเทศมนตรีนครสงขลา กล่าวว่า “สงขลาเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาชายหาด ด้วยชายหาดที่สวยงาม สิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมรองรับ และการต้อนรับที่อบอุ่นจากชุมชนของเรา เทศบาลนครสงขลาให้ความสำคัญกับการส่งเสริมกีฬาและการพัฒนากิจกรรมที่สร้างสรรค์ให้กับเยาวชนและประชาชนในท้องถิ่น การแข่งขันในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นเวทีให้นักกีฬามืออาชีพได้แสดงศักยภาพของตนเอง แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดสงขลาในระดับประเทศและระดับนานาชาติ”